เรียนท่านผู้อ่านที่รัก
เมื่อวันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2553 เวลา 09.00 -14.00 น ณ ห้องประชุมร่มเกล้า ชั้น 3 อาคารสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผมได้ ร่วมโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการสร้างการเตรียมความพร้อมในการเผชิญกับ สถานการณ์ก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติ รุ่นที่ 3 ช่างเป็นวันที่อะไรจะบังเอิญบังอร ปานนั้น ก่อนที่ผมจะมาถึงที่สนามบิน ผมได้ให้คนที่ทำงานออกจากที่ทำงาน โดยตอนเช้าผมขับรถมาทำงานได้ยินวิทยุประกาศว่า มีทหารปิดล้อมผู้ชุมนุม ผมก็มีความสังหรณ์สังหารจากประสบการณ์ที่เคยเจอชุมนุมประท้วงไม่ว่า 14 ตุลา 16 หรือพฤษภาทมิฬ และอื่นๆ อีกมากมาย ว่าตามด้วยการเผาบ้านเผาเมือง แล้วเป็นไปตามคาด เพราะผมจะฟังวิทยุทั้งสองฝ่าย ทำให้ผมเข้าใจถึงความรู้สึกทั้งสองฝ่าย และเตรียมการได้ทัน
การที่รับข่าวสารฝ่ายเดียว ก็เป็นสภาวะอันตรายในสถานการณ์ที่ไม่ปกติแบบนี้ ผมคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ของผม เมื่อผมยังเป็นเด็กในขณะนั้น บ้านเมืองก็น่ากล้วไม่ต่างกับวันนี้ มีการโจมตีจากพรรคคอมมิวนิสต์จากจีน มาเวียดนาม, ลาว และเขมรรอบขอบชายแดน และอเมริกาโดน เวียดนามเหนือ หรือเวียดกงตีแตก ท่านได้ส่งน้องชายผมไปเรียนที่ไต้หวัน ญาติผมไปอเมริกา เพราะถ้าเวลาประเทศไทยโดนตีจากพรรคคอมมิวนิสต์ อย่างน้อยเราก็มี พี่น้องที่ต่างแดนส่งเงินมาช่วยเหลือ หรืออย่างน้อยไปเปิดช่องทางเวลาอพยพเมื่อถึงเวลา แต่ในที่สุดเราก็ผ่านเวลาด้วยดี เพราะโชคดีที่ประเทศไทยมีศาสนาพุทธเป็นที่ยึดเหนี่ยว ไม่อยากจะบอกท่านผู้อ่านว่าผมได้เขียนบทความนี้เสร็จแล้วมา 1 รอบ แต่เจ้ากรรมนายเวรอะไรก็ไม่รู้ ผมยังไม่ทันที่จะบันทึก หรือเซฟทีไรก็อันตรธานไฟดับ ข้อความที่เขียนหายไปกับตา ไฟฟ้าที่ทำงานดับ ตามด้วยเสียงรับข้อความจากสำนักข่าวไทยรัฐเข้าถือมือว่า ขณะนี้เสื้อแดงบุกเผาอาคารไฟฟ้าเขตคลองเตย ผมก็เลยถึงบางอ้อ
ลืมบอกท่านเมื่อวันที่ 18 ผมได้แจ้งฝ่ายบุคคลฯ ของบริษัทผมมาคุยเรื่องการเตรียมความพร้อม
1) เตรียมรถตู้เพื่อส่งพนักงานไปที่ๆ ปลอดภัย เช่นทางฝั่งธนบุรีทันที
2) ให้หาสถานที่ทำการใหม่ชั่วคราว เพราะญาติผมทำงานอยู่ที่สยามสแควร์ไม่สามารถทำงานได้ จึงต้องไปเช่าตึกใหม่
3) ให้เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์เตรียมทำระบบสำรอง หรือ backup ข้อมูลของบริษัท ถ้าที่ทำงานถูกไฟไหม้ ให้มีแผ่นดิสค์สำเนาไว้ อย่าทำเป็นเล่นไป บางบริษัทสายเรือเจอของจริงแล้ว อยู่ที่พระราม 4 พอมีการประทะกัน ทุกคนกลับบ้านหมด งานเสียหาย ผู้ส่งออก และผู้นำเข้าไม่สามารถนำเอกสารไป ออกของได้ ไม่สามารถเอาใบตราส่งไปขายตั๋วได้ มันเสียหาย ลูกค้าโทรเข้ามาก็ไม่รู้บริษัทย้ายไปอยู่ที่ไหน ขาดการติดต่อไปดื้อๆ ผมบอกให้โปรแกรมเมอร์ทำ โปรแกรมที่สามารถเชื่อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานกับที่บ้าน อันนี้มัน work เราได้ใช้จริงครับ
4) ผมบอกให้พนักงานเตรียมเสื้อผ้า และเตรียมอาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเก็บไว้ที่ทำงาน แต่พนักงานบอกผมว่า พี่เวอร์ไป ผมคิดอย่างนั่น เพราะผมฟังข่าวเรื่องเด็กนักเรียนต่างชาติติดในคอนโดแล้วไม่มีอะไรกิน
5) อนุญาตให้พนักงานพักที่ทำงานได้ ถ้าไม่มีรถกลับบ้าน หรือให้พนักงานหาบั๊ดดีที่มีที่อยู่ใกล้ที่ทำงาน จะได้ไม่ต้องไปเสี่ยงกับการชุมนุม
6) ถ้าพนักงานขอลากลับต่างจังหวัดก็ไม่มีการลงโทษ หรือถือว่าพักงาน พร้อมแล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่ได้
7) ให้สำรวจว่าเครื่องมือดับเพลิงยังทำงานได้ดีหรือเปล่า
8) ตรวจสอบกล้อง CCTV ว่าทำงานได้ดีหรือเปล่า
9) ให้พนักงานช่วยดูว่ามีคนแปลกหน้าเอากระเป๋า หรือจอดรถ หรือมอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้หรือเปล่า
10) ให้ฝ่ายบุคคลฯ หนึ่งคนนั่งฟังวิทยุที่เกี่ยวกับข่าวสารทั้งวัน
11) ถ้ามีประกาศเกี่ยวกับการหยุดการเดินรถเมล์เวลาใด ให้รีบประกาศให้พนักงานกลับบ้านได้ทันที
12) ให้เตรียมชุดปฐมพยาบาล
13) เตรียมไฟฉาย
14) วิทยุสื่อสาร
15) เตรียมเอกสารที่สำคัญของพนักงาน และของบริษัทฯ ให้พร้อมที่หยิบไปได้ทันที เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
16) สังเกตบ้านที่อยู่ข้างๆ บริษัทฯ โดยเฉพาะบ้านที่มีคนแปลกหน้าต่างชาติไม่คบใคร ตอนกลางคืนมีคนมาเยี่ยมเยียนจำนวนมาก แต่กลางวันไม่มีคนมาเยี่ยม แถมยังแบกถุงปุ๋ย และยังจ่ายเงินสด ไม่มี cashier cheque
17) พบเห็นยานพาหนะต้องสงสัยตามอาคารสถานที่สำคัญ หรือที่มีคนพลุกพล่าน หรือบริเวณที่ไม่เหมาะสม หรือมีคนที่ทำแผนที่สถานที่สำคัญ หรือถามว่ายามเข้าออกกี่โมง
18) ให้เติมน้ำมันรถของบริษัทฯ ทุกคันให้เต็มถัง และย้ายรถไปอยู่ที่ปลอดภัย ข้อนี้มันตรงกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาจริง เพราะในเย็นวันนั้น สถานีบริการน้ำมันปิดทันที หลังจากได้รับทราบข่าวเรื่องการเผาสถานที่ต่าง ๆ 38 แห่ง และรถของบริษัทเพื่อนผมที่จอดอยู่อาคารช่อง 3 ถูกเผาด้วย เป็นไปตามที่ผมคาดไว้
ผมขอเข้าเรื่องสรุปเนื้อหาที่ไปอบรมมาเพื่อเป็นประโยชน์ดังนี้ กรมศุลกากรเป็นคนจัด ก็คงสืบเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติ และสนามบินเคยเป็นเป้าที่ผู้ชุมนุมเสื้อเหลืองเคยปิดสนามบิน และเรื่อง 911 ที่สหรัฐอเมริกามีการทำความเข้าใจกับผู้อบรมว่า การก่อการร้ายคือ "การกระทำนั้นจะเป็นการก่อการร้ายหากตั้งใจทำให้พลเรือน หรือผู้ที่มิใช่พลรบเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บอย่างร้ายแรง โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนหวาดกลัว หรือบีบบังคับรัฐบาล หรือองค์การระหว่างประเทศให้กระทำ หรือละเว้นการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด" อันนี้ท่าน KOFI ANNAN อดีดเลขาธิการสหประชาชาติแถลงในวันครบรอบ 1 ปีเหตุระเบิดมาดริต เมื่อ 11 มี.ค. 49
การก่อการร้ายเริ่มมาจากระดับท้องถิ่นแล้วมาขยายเป็นระดับประเทศแล้วมาเป็น ระดับโลก โดยมีองค์ประกอบที่จะเกิดการก่อการร้ายมาจาก อาศัย
แรงจูงใจ เช่น กลุ่มชาวอิสลามบางกลุ่มที่ต้องการให้ประเทศมาเลเซีย, อินโดนิเซีย, สิงค์โปร์, ไทยตอนใต้ และฟิลิปปินตอนใต้เป็นรัฐอิสลาม มีความพยายามที่จะแยก 4 จังหวัดภาคใต้ของไทย โดยการก่อการร้าย
เมื่อไรเรามีความสามารถในการป้องกันที่อ่อนแอ มันจะมา และถ้าเราเปิดโอกาสโดยไม่ได้ระมัดระวัง มันก็จะมา เมื่อไรที่มันทำให้เราเกิดความหวาดกลัว ตื่นตระหนก ทำให้การบริการสาธารณะขัดข้อง ทำให้ผู้นำขายหน้า และมีสื่อมวลชนที่ไม่ฉลาดตามมัน เป็นเครื่องมือของมันได้นั้น คือความสำเร็จของมัน เป้าหมายของมันคือ ประชาชนเป็นหลัก เทคนิกการทำงานของมันคือ เริ่มจากการข่มขู่วางระเบิด ส่วนตัวมันจะไม่อยู่ในสถานที่เป้าหมาย มันจะใช้ผู้นำส่ง หรือ เจ้าหน้าที่ที่ให้บริการโลจิคติกส์ที่ไม่มีการสังเกตว่าจดหมาย หรือกล่องพัสดุที่ไม่มีผู้นำส่ง มีแต่ผู้รับ ต้องระวังให้ดี
รูปแบบวิธีการก่อการร้าย 1.การลอบวางระเบิด 2 .การปล้นยึด 3.การโจมดีด้วยอาวธปืน
ส่วนขั่นตอนเริ่ม > การเลือกเป้าหมาย > วางแผน > จัดกำลัง > โจมตี > หลับหนี > แสวงประโยชน์
ถ้าพบผู้ต้องสงสัยให้รายงาน เพศ, อายุ, เสื้อผ้า, การแต่งกาย, สีผม, ความผิดปกติของร่างกาย, ขนาดรูปร่าง, ตำหนิ หรือแผลเป็น, เชื้อชาติ และรอยสัก กับเจ้าหน้าที่ โทร 191
ส่วนยานพาหนะที่น่าสงสัย ให้สังเกตยี่ห้อรถ, สติกเกอร์ติดรถ, รุ่นรถ, อปุกรณ์ตกแต่ง, สี, เลขทะเบียนรถ, ลักษณะผิดปกติของตัวถัง เช่น รอยข่วน, รอยบุบ
ถ้าได้รับวัตถุต้องสงสัย อย่าเปิดดูโดยเด็ดขาด อย่าเข้าใกล้วัตถุต้องสงสัยนั้น และแจ้งให้ผู้อื่นอพยพออกจากพื้นที่ทันท แล้วโทรแจ้งตำรวจ
เราต้องรู้ความหมายของ WMD (WEAPON MASS DESTROY) คืออาวุธ หรือเครื่องมือใดๆ ที่ทำให้ประชาชน และสิ่งก่อสร้างจำนวนมากได้รับความเสียหาย มีผลต่อร่างกาย บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ได้แก่ ระเบิด, อาวุธเคมี, อาวุธชีวภาพ, อาวุธรังสีวิทยา และ อาวุธนิวเคลียร์ อาวุธที่นิยมที่สุดคือ ระเบิด ซึ่งรวมทั้งที่ทำจากปุ๋ย M79 ระเบิดปิงปอง
เราชาวโลจิคติกส์ก็ควรจะเรียนรู้เรื่อง ป้ายสติกเกอร์ที่ติดในสินค้าด้วย จะได้ระวัง และเตรียมเครื่องดับเพลิงให้เหมาะสมกับสินค้าที่อันตรายนี้ ซึ่งข้อมูลจะมาจากองค์การสหประชาชาติ (UN) และองค์การทางทะเลระห่วางประเทศ (INTERNATIONAL MARITIME ORGANIZATION: IMO) เป็นต้น เวลาจองเรืออย่างลืมของ MSDS (MATERIAL SAFETY DATA SHEET) จากโรงงานด้วย มิฉะนั้น บริษัทเรือ หรือสายการบินจะไม่รับบรรทุก แล้วถ้ารับ ค่าระวางก็จะแพงสุดๆ เราขอเตือนว่า หนังเรื่องเสื้อแดงยังไม่จบ อย่าอยู่ในความประมาท
สุดท้ายขอให้ท่านผู้อ่านจงโชคดี และฝากเรื่องสนุกๆ จาก www.youtube.com หัวข้อ "Little girl makes unforgettable 911 call"
ให้ไปเปิดดูคลายเครียด เกี่ยวกับเด็กหญิงน้องช่วยคุณพ่อที่ปวดหน้าอก พูดไม่ได้ แต่ได้ต่อสายเรียก 911 และเด็กน้อยได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยความไร้เดียงสา แต่เจ้าหน้าที่ก็แก้ไขสถานะการณ์ได้ดี ด้วยความใจเย็นของเจ้าหน้าที่ และเข้าใจเด็ก จนสามารถช่วยชีวิตคุณพ่อของเธอได้
นายวิชัย จงธนพิพัฒน์











