• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

ผลการประชุมระดมความคิดเห็นระบบรถไฟรางคู่

E-mail Print PDF
ผลการประชุมระดมความคิดเห็นระบบรถไฟรางคู่ เมื่อ 21 ธันวาคม 2552 จัดโดย สนข.นายสุวิทย์ รัตนจินดา นายกสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศกล่าวว่า ตามที่ สนข. กำหนดประชุมระดมความคิดโครงการศึกษาความเหมาะสม และออกแบบเบื้องต้นระบบรถไฟรางคู่ ในหัวข้อ “เปิดทางคู่สู่อนาคต...รถไฟไทย” เพื่อการขนส่ง และการจัดการโลจิสติกส์ (ระยะที่ 1) เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2552 เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งที่ประชุมได้นำเสนอข้อเสนอ สรุปได้ดังนี้1.       นโยบายของภาครัฐควรมีความแน่นอน และชัดเจน รวมถึงเรื่องแนวเส้นทาง ระยะเวลา และการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนด้วย2.       ขอให้พิจารณาความเหมาะสมในกรณีที่เอกชนร่วมลงทุน เนื่องจากเกิดปัญหาบ่อย ส่งผลกระทบต่อค่าบริการที่เพิ่มขึ้น3.       ต้องมีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ และพัฒนาระบบรางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น4.       มีการพัฒนาระบบ IT ที่ทันสมัย5.       ต้องมีศูนย์กระจายสินค้ารองรับ6.       โครงข่ายระบบลำเลียงสินค้าควรมีการเชื่อมต่อกัน7.       แยกองค์กรการบริหาร รฟท.ออกมาเป็นเอกเทศ กล่าวคือ รัฐบาลลงทุนในระบบราง การรถไฟจัดหารถไฟ และดำเนินรถที่ประชุมรับข้อเสนอดังกล่าว ไปประมวลผล และนำเสนอต่อการรถไฟฯ ต่อไป ผลประชุม Focus Group ครั้งที่ 1 กลุ่มภาคกลาง-ตะวันออก: จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2552 จัดโดย สนข.คุณสมชาย บรรลือเสนาะ ผู้จัดการสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ตามที่ สนข. ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินการศึกษาโครงการศึกษาจัดทำแผนหลักการพัฒนาระบบขนส่ง และจราจร ปัจจุบันอยู่ในขั้นทำรายงานขั้นกลาง ทาง สนข. จึงจัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนข้อมูลในเรื่องดังกล่าว โดยได้จัดขึ้นเมื่อ 17-18 พฤศจิกายน 2552 ณ โรงแรมไอศวรรย์ จ.ชลบุรี วัตถุประสงค์ของการจัด เพื่อวางแผนการขนส่งระหว่างปี 2552-2561ในการประชุมครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ1.       การนำเสนอกรอบแนวความคิดในการจัดทำแผนหลักการพัฒนาระบบการขนส่ง และจราจร2.       การประชุมกลุ่มย่อย โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม สรุปดังนี้2.1    การขนส่งทางถนน เป็นรูปแบบการขนส่งที่เข้าถึงสูงกว่าการขนส่งรูปแบบอื่น ไทยมีโครงข่ายเส้นทางเชื่อมโยงกลุ่ม GMS ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการขนส่ง เช่น R 9 ช่วยย่นเวลาในการขนส่งได้ 2 เท่า เมื่อเทียบกับการขนส่งทางทะเลระหว่าง กทม.-ฮานอย และจากสถิติกระทรวงคมนาคมพบว่า การขนส่งภายในประเทศ ร้อยละ 85.5 ใช้ถนนขนส่ง2.2    การขนส่งทางราง มีเส้นทางรถไหทั้งสิ้น 4,043 กม. สภาพรางรถไฟ รฟท. ร้อยละ 67 มีอายุการใช้งานมากกว่า 30 ปี ส่งผลให้การเดินรถไม่สามารถทำความเร็ว ซึ่ง รฟท. สามารถเร็วสุดได้ 90-150 กม./ ชม. ขาดการเชื่อมโยงกับระบบการขนส่งอื่นๆ เช่น การเชื่อมโยงทางรถไฟ กับระบบการขนส่งรูปแบบอื่นๆ ทำให้การขนส่ง MTO เกิดขึ้นได้ยาก2.3    การขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศ กองเรือพาณิชย์ไทยมีส่วนแบ่งการขนส่งทางทะเลประมาณร้อยละ 10 ของปริมาณเข้า-ออก2.4    การขนส่งทางอากาศ ภาครัฐมีนโยบายพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้เป็นศูนย์กลางการบิน และการขนส่งสินค้าทางอากาศชั้นนำของเอเชีย และโลก อีกทั้งนโยบายเปิดเสรีทางด้านการบิน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศ ทำให้เกิดเส้นทางบินใหม่ๆ และเทคโนโลยีด้านการสื่อสารใหม่ ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผลการประชุมการพัฒนากฎหมายพาณิชยนาวี เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2552 จัดโดยกรมการขนส่งทางน้ำฯคุณสมชาย บรรลือเสนาะ ผู้จัดการสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ตามที่กรมการขนส่งทางน้ำ ได้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น กรมเจ้าท่า และได้มีการจัดประชุมหารือ เพื่อพัฒนากฎหมายพาณิชยนาวี เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2552 สาระสำคัญ มีดังนี้1.       กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกโดยตรงตือ พรบ. ขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกฤษฎีกาพิจารณาร่างกฎกระทรวง 3 ฉบับ2.       ที่ประชุมมีการยกเรื่องการจัดทำร่าง พรบ. การขนส่งโดยไม่มียานพาหนะเป็นของตัวเอง (NVOCC) ว่าควรจะมีหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยที่จะให้มี เพื่อที่ NVOCC ของไทยจะได้มีสถานภาพ3.       กรมเจ้าท่ารับที่จะติดตามความคืบหน้าเรื่องการจัดเก็บ VAT 0% กับกรมสรรพากรให้
Last Updated on Tuesday, 23 February 2010 09:26